เลือกเมนู
แนวคิด/หลักการ/จุดมุ่งหมาย/กลุ่ม
  เป้าหมาย
วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้
โครงสร้างหลักสูตร

การเรียนการสอน

จำนวนหน่วยกิต/การลงทะเบียน
เวลาเรียน/สถานที่พบกลุ่ม/
   สถานฝึกวิชาชีพ
บทบาทของสถานประกอบการ
ประเภทวิชา
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แนวทางการจัดและประเมินผล
ผลการเรียน/การสำเร็จการศึกษา
  ตามหลักสูตร
 
การเทียบโอนผลการเรียน
การย้ายสถานศึกษา
   กำหนดวันเปิด - ปิด ภาคเรียน
   การยื่นคำร้องขอจบการศึกษา
   ศักดิ์ และสิทธิ์ และการนำไปใช
คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน
   หลักฐานการสมัคร
   การปฏิบัติตนของนักศึกษา
   การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา
หลักสูตร สาขาวิชาต่างๆ
 
   
   

การเทียบโอนผลการเรียน

         การเทียบโอนผลการเรียนรู้ สามารถดำเนินการได้ 2 ลักษณะ คือ การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จากการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย และการเทียบโอนผลการเรียนรายวิชา / กลุ่มวิชาจากการศึกษาในระบบและนอกระบบ


หลักเกณฑ์การขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์

     1.  คุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมิน
         1.1  เป็นนักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษาที่เปิดสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
         1.2  มีพื้นความรู้และประสบการณ์ในรายวิชา หรือกลุ่มวิชาที่ขอประเมิน โดยมีหลักฐานที่แสดงถึงความรู้และประสบการณ์
     2.  เงื่อนไขการขอรับการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต
ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการจัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ดังนี้
         2.1  นักเรียน / นักศึกษาลงทะเบียนเพื่อประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ได้ไม่เกิน 2 ใน 3 ของจำนวนหน่วยกิตตามโครงสร้างของหลักสูตร
         2.2  นักเรียน / นักศึกษา ที่มีประสบการณ์ในงานอาชีพ หรือฝึกงานในสถานฝึกอาชีพหรืองานในงานอาชีพนั้นอยู่แล้ว หรือมีความรู้ในรายวิชาตามหลักสูตรดังกล่าวก่อนเข้าเรียนหรือ เข้าเรียนแล้วแต่ขอไปเรียน หรือฝึกปฏิบัติในสถานฝึกอาชีพ จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อยกเว้นการเรียนรายวิชานั้นได้ นักเรียน นักศึกษาที่ประเมินแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ในภาคเรียนนั้นอีกไม่ได้ แต่สามารถลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนนั้นได้ หรือ1ามารถขอรับ คำแนะนำจากคณะกรรมการเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขอรับการประเมินในภาคเรียนต่อไป
     3 วิธีการประเมินเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ดำเนินการดังนี้
        3.1  การประเมินเบื้องต้น
            1)  พิจารณาหลักฐานที่ทางราชการและ / หรือสถานประกอบการออกให้ เช่น ใบสำคัญ วุฒิบัตร เกียรติบัตร หนังสือรับรองของสถานประกอบการ รางวัล ฯลฯ
     หลักฐานที่นำมาแสดง พิจารณาเงื่อนไข ดังนี้
         -  หลักฐานต้องมีอายุ ไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันขอประเมิน หรือให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ถ้าเป็นหลักฐานที่ภาคเอกชนออกให้ต้องเป็นภาคเอกชนที่ประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย
         -  รายวิชา / กลุ่มวิชาที่เสนอขอให้ประเมินจะต้องมีจำนวนชั่วโมงปฏิบัติงาน และ/หรือฝึกอบรมไม่น้อยกว่าจำนวนชั่วโมงของรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และมีสมรรถนะ หรือเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับรายวิชา/กลุ่มวิชา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
            2)  พิจารณาข้อมูลการสัมภาษณ์เบื้องต้น
        3.2  การประเมินความรู้และประสบการณ์ ใช้วิธีการและเครื่องมือประเมินที่หลากหลายตาม
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรที่ขอประเมิน โดยคณะกรรมการ การประเมินเป็นผู้ดำเนินการ
        3.3  การตัดสินผลการประเมินและการให้ค่าระดับผลการประเมิน
             1)  ให้ตัดสินผลการประเมินเป็นรายวิชาตามรายวิชาในหลักสูตร
             2)  ต้องได้คะแนนจากการประเมินเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เข้าสู่หน่วยกิต ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่ละรายวิชาที่ขอประเมิน ถ้ามีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ทำการประเมินทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ บางส่วนอาจประเมินเช่นเดียวกับการประเมินผลการเรียนในสถานศึกษาปกติ และเวลาที่ใช้ในการประเมินต้องไม่น้อยกว่าเวลาเรียนต่อสัปดาห์ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร หรืออยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษา
             3)  ให้ใช้ค่าตัวเลขแสดงค่าระดับผลการประเมินตามค่าระดับผลการเรียน ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรที่ขอประเมินเทียบโอนความรู้และ ประสบการณ์
        3.4  วิธีการประเมินตามข้อ 3.1 และ 3.2 สถานศึกษาอาจจัดให้มีการประเมินเป็นกลุ่มหรือเป็นรายบุคคลก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจและความพร้อมของสถานศึกษา
     4.  ผู้ประเมิน
ให้สถานศึกษาที่ทำหน้าที่ประเมิน แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการประเมิน ดังนี้
        4.1  คณะกรรมการประเมินเบื้องต้น ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้างานหลักสูตรและการสอน หัวหน้างานวัดผลและการประเมิน ประเมินผลการศึกษาร่วมเป็นคณะกรรมการ ทำหน้าที่ประเมินจากหลักฐานข้อมูลที่ผู้ขอรับการประเมินนำมาแสดงไว้และ สัมภาษณ์
        4.2  คณะกรรมการประเมินความรู้และประสบการณ์ ประกอบด้วย ผู้รับผิดชอบไม่น้อยกว่า 3 คน โดยมีหัวหน้าแผนกวิชาหรือหัวหน้าคณะวิชา ผู้สอนหรือครูฝึกในรายวิชานั้น และผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ ร่วมเป็นคณะกรรมการทำหน้าที่ประเมินว่าผู้ขอรับการประเมินมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ความชำนาญ เจตคติ รวมทั้งกิจนิสัยตามสมรรถนะ (Competencies) ในรายวิชา ที่ขอประเมิน ผ่านเกณฑ์หรือไม่ การประเมินต้องดำเนินการให้มีมาตรฐานชัดเจน สมเหตุสมผล ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้



แนวทางการเทียบโอนผลการเรียน
(รายวิชา/กลุ่มวิชา)

       เพื่อให้สถานศึกษาสามารถดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนได้อย่างมีหลักเกณฑ์ มีมาตรฐาน ด้านวิชาการ มีความยุติธรรมและโปร่งใส สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียนให้สถานศึกษาแต่ละแห่งใช้เป็นแนวปฏิบัติในการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา ดังนี้

       1. คุณสมบัติขอผู้ขอเทียบโอนผลการเรียน
เป็นนักเรียน/นักศึกษา ในสถานศึกษาที่เปิดสอนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

       2. เกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียน
           2.1  ในภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน/นักศึกษา ให้นักเรียน/นักศึกษายื่นคำร้องพร้อม
หลักฐานการศึกษาหรือใบแสดงผลการเรียนที่ประสงค์จะขอเทียบโอนตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด
สำหรับในภาคเรียนอื่นสถานศึกษาสามารถอนุญาตให้นักเรียน/นักศึกษาไปเรียนรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่นและรับโอนผลการเรียนได้ ในกรณีที่สถานศึกษาไม่สามารถเปิดสอนรายวิชาใดได้
           2.2  ให้หัวหน้าสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียนจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้างานหลักสูตรและการสอน หัวหน้างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ
           2.3  ผู้ขอเทียบโอนผลการเรียนจะสำเร็จการศึกษาได้ต้องลงทะเบียนเรียนและมีเวลาเรียนในสถานศึกษาแห่งนั้นไม่น้อยกว่า 1 ภาคเรียนตามหลักสูตรที่ขอเทียบโอน
           2.4  อายุของผลการเรียน ที่จะนำมาขอเทียบโอนผลการเรียนนั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ทั้งนี้ให้พิจารณาจากพื้นฐานธรรมชาติวิชา ความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน
           2.5  การเทียบโอนผลการเรียน ให้คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ดำเนินการพิจารณาจากหลักฐานการศึกษาที่นำมาแสดงเพื่อขอเทียบโอนผลการเรียนตามวิธีการเทียบโอนผลการเรียน
           2.6  ผลการเรียนที่ได้รับการเทียบโอนให้คงผลการเรียนตามหลักฐานเดิมที่ปรากฎ หรือให้ผลการเรียนใหม่ที่ได้จากการประเมิน แต่ต้องไม่สูงกว่าผลการเรียนเดิม
           2.7  ให้สถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติผลการเทียบโอน
       3. วิธีการเทียบโอนผลการเรียน
           3.1  การเทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรเดียวกัน
                 1)  ให้สถานศึกษารับโอนผลการเรียนทุกรายวิชา
                 2)  รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน 1 สถานศึกษาจะรับโอนหรือทำการประเมินใหม่ก่อนรับโอนก็ได้
                 3)  ในกรณีย้ายสถานศึกษา หากมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ (ไม่ผ่าน) ในรายวิชาใดและมีสิทธิได้รับการประเมินใหม่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผล การเรียน ให้สถานศึกษาเดิมดำเนินการประเมินใหม่ก่อน หากมีเหตุสุดวิสัยให้สถานศึกษา ที่รับเข้าเรียนดำเนินการประเมินใหม่ได้ โดยสถานศึกษาใช้ดุลยพินิจเป็นราย ๆ ไป
           3.2  การเทียบโอนผลการเรียนจากหลักสูตรอื่นที่มีลักษณะเดียวกันของหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษาเอกชน หรือหน่วยงานของราชการ
                 1)  เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตร
                 2)  รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า 2 ให้สถานศึกษาที่รับโอนผลการเรียนทำการประเมินใหม่ ถ้าเห็นว่ามีผลตามเกณฑ์มาตรฐานแล้วจึงรับโอนรายวิชานั้น
                 3)  รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียน หรือจะทำการประเมินใหม่แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้
รายวิชาที่มีการประเมินใหม่ตาม 3.1, 3.2 และ 3.3 ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามผลการประเมินใหม่ แต่ต้องไม่สูงกว่าเดิม
           3.3  การเทียบโอนผลการเรียนของผู้ที่สถานศึกษาให้พ้นสภาพ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
                 1)  ให้รับโอนเฉพาะรายวิชาที่ยังปรากฏในหลักสูตร หรือรายวิชา/กลุ่มวิชา ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตร
                 2)  ให้รับโอนเฉพาะรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป




แนวทางการจัดการประเมินเทียบโอนผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา

       1.  ขั้นตอนปฏิบัติการประเมินเทียบโอนผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา
           1.1  จัดทำประกาศและประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน/นักศึกษาทราบ
           1.2  จัดเตรียมแบบคำร้องขอประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนด
           1.3  รับแบบคำร้องของผู้ขอรับการประเมินเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ หรือเทียบโอนผลการเรียน
           1.4  ดำเนินการประเมินเบื้องต้นและประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน
           1.5  แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน
           1.6  ประชุมวางแผนการประเมินเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และเทียบโอนผลการเรียน
           1.7  จัดดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนสำหรับนักเรียน/นักศึกษาที่ยื่นคำร้องขอเทียบโอนผล
การเรียน เฉพาะผู้ขอรับการประเมินเทียบความรู้ และประสบการณ์ดำเนินการต่อไปในข้อ 1.8 ถึง 1.11
           1.8  ประกาศหรือแจ้งวัน เวลา และสถานที่ที่จัดให้มีการประเมิน เพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
           1.9  รับลงทะเบียนการขอประเมินเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
         1.10  จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการประเมินรายวิชา/กลุ่มวิชา
         1.11  ดำเนินการประเมินตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้
         1.12  จัดทำเอกสารผลการประเมินเสนอหัวหน้าสถานศึกษาเพื่อขออนุมัติ
         1.13  ประกาศผลการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ และเทียบโอนผลการเรียน
เพื่อนำผลการประเมินไปเทียบโอนยกเว้นการเรียนรายวิชา

       2.  ขั้นตอนการขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของนักเรียน/นักศึกษา
            1.  ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิตจาก
สถานศึกษา
            2.  ยื่นคำร้องขอประเมินความรู้และประสบการณ์ พร้อมหลักฐาน ได้แก่
                1)  บัตรประจำตัวนักเรียน/นักศึกษา
                2)  หลักฐานที่แสดงความรู้และประสบการณ์ เช่น
                     -  บันทึกประจำวัน ที่แสดงถึงสิ่งที่ผู้ขอรับการประเมินทำเป็นประจำวัน ทั้งที่บ้าน
สถานประกอบการ ฯลฯ
                     -  แฟ้มสะสมงาน (Portfolio) โดยการรวบรวมเอกสาร ภาพถ่าย สำเนาเกียรติบัตร วุฒิบัตร จากการศึกษาทั้งในหรือนอกประเทศ การอบรมระยะสั้น รางวัลต่าง ๆ ที่เคยได้รับตลอดจนการปฏิบัติงานอาชีพที่ชัดเจน
                     -  หนังสือรับรองจากนายจ้าง / ผู้ร่วมงาน / ผู้นำชุมชน ซึ่งแสดงถึงการมีความรู้ ทักษะ ความสามารถในด้านอาชีพ
                     -  บุคคลที่ขอรับการประเมินสามารถอ้างอิงได้
                     -  ชิ้นงานหรือผลงานดีเด่นด้านวิชาการ วิชาชีพ ฯลฯ
                     -  หลักฐานหรือเอกสารที่แสดงผลตอบแทนทางธุรกิจ (ถ้ามี)
            3.  เข้ารับการประเมินเบื้องต้น
            4.  รับทราบผลการประเมินเบื้องต้น และเตรียมความพร้อมเข้ารับการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
            5.  ลงทะเบียนขอประเมินตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด
            6.  เข้ารับการประเมินตามระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนด
            7.  รับทราบผลการประเมิน
            8.  นำผลการประเมินไปเทียบโอนเพื่อยกเว้นการเรียน หรือลงทะเบียนเรียนรายวิชา

                 คลิกดู แผนภูมิขั้นตอนการประเมินเทียนโอนความรู้และประสบการณ์


ขั้นตอนการขอเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียน/นักศึกษา

       1)  นักเรียน/นักศึกษายื่นคำร้องขอเทียบโอนผลการเรียนที่งานวัดผลฯ ภายในเวลาที่สถานศึกษากำหนด
       2)  คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ทำการพิจารณาเทียบโอนผลการเรียน ในกรณีที่ต้องทำการประเมินใหม่ในรายวิชาใด ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน ไม่น้อยกว่า 3 คน ดำเนินการประเมิน
       3)  คณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียนส่งผลการเทียบโอนให้งานวัดผลฯ ดำเนินการเสนอขออนุมัติผลการเทียบโอนต่อไป
       4)  งานทะเบียนบันทึกผลการเรียนในระเบียนแสดงผลการเรียน โดยใช้รหัสวิชาและชื่อวิชาตามหลักสูตรที่ขอเทียบโอน
            คลิกดู แผนภูมิขั้นตอนการขอเทียบโอนผลการเรียน



ประโยชน์ของการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต มีประโยชน์ในด้านต่างๆ ดังนี้

       1.  ด้านผู้เรียน
           1)  ลดการเรียนซ้ำในรายวิชา/กลุ่มวิชาที่มีประสบการณ์มาแล้ว
           2)  การเรียนในชั้นเรียนน้อยลง ลดเวลาการเดินทาง
           3)  ประหยัดค่าใช้จ่าย
           4)  ผู้เรียนสนใจเรียนหรือฝึกอบรมในระบบมากขึ้น
           5)  ผู้ที่เรียนไม่จบการศึกษาในระบบมีโอกาสเลือกเรียนได้ตามความต้องการ
           6)  เมื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรวิชาชีพ สามารถนำไปใช้ในการเข้าทำงานหรือเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น
       2. ด้านหลักสูตร
           1)  การบริหารงานหลักสูตร ระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์งานอาชีพเข้าสู่หน่วยกิตช่วยให้รัฐประหยัดค่าใช้จ่ายต่อหัว เช่น ค่าวัดผลและประเมินผล ค่าวัสดุฝึก เป็นต้น
           2)  หลักสูตรต้องกำหนดสมรรถนะ (Competency based curriculum) ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้และประสบการณ์ ปฏิบัติงาน ได้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ หรือนายจ้าง
       3. ด้านธุรกิจ
           1)  การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์งานอาชีพช่วยให้นายจ้าง/ลูกจ้าง มีการตกลงกัน เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและวิธีประเมินผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ
           2)  สถานประกอบการจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของลูกจ้าง/พนักงานที่มีคุณภาพ ตามหลักสูตรการศึกษาในระบบ
           3)  สถานประกอบการหรือหน่วยงานของทางราชการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่ต้องเสียเวลา ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมบุคลากรใหม่
       4. ด้านอื่น ๆ
           1)  บุคลากรของสถานประกอบการหรือหน่วยงานของทางราชการหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตระหนักในการพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะตนตลอดเวลา
           2)  การเรียนรู้ การฝึกเฉพาะด้านที่จำเป็นต่องานในหน้าที่ ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
           3)  บุคลากรมีความกระตือรือร้นเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ และพัฒนาทักษะที่ขาดแคลนส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติโดยส่วนรวม
           4)  สถานประกอบการสามารถสร้างงาน ผลิตงานได้ตามความต้องการของลูกค้า


คลิกดูแบบคำร้องต่างๆ  
  แบบคำร้องขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
  แบบสรุปผลการประเมินความรู้และประสบการณ์
  แบบเสนอขออนุมัติผลการประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์
  แบบคำร้องขอเทียบโอนผลการเรียนรายวิชา / กลุ่มวิชา
  แบบรายวิชาที่ขอเทียบโอนผลการเรียน